ชาวสิงคโปร์แห่ซื้อสิ่งของจำเป็นหลังทางการยกระดับเตือนภัยไวรัส

ชาวสิงคโปร์ที่เกิดความวิตกกังวลแห่กันไปจับจ่ายซื้อหาสิ่งของจำเป็นตามห้างสรรพสินค้าในวันนี้ ทำให้สินค้าจำเป็นบางรายการหมดเกลี้ยงชั้นวางสินค้า หลังจากที่ทางการสิงคโปร์ประกาศยกระดับการเตือนภัยการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่จากประเทศจีน

สิงคโปร์พบผู้ติดเชื้อไวรัสนี้แล้ว 33 รายและเมื่อวานนี้ รัฐบาลประกาศยกระดับเตือนภัยเป็นระดับสีส้ม ซึ่งเท่ากับเมื่อครั้งที่มีการระบาดของเชื้อไวรัสโรคระบบทางเดินหายใจเฉียบพลันร้ายแรง หรือ ซาร์ส เมื่อปี 2003 ซึ่งเป็นการชี้ว่า เชื้อไวรัสมีความรุนแรงและสามารถติดต่อจากคนสู่คนได้ง่าย การประกาศยกระดับการเตือนภัยดังกล่าวทำให้เกิดภาวะตื่นตระหนกในสิงคโปร์ ซึ่งมีประชากร 5.7 ล้านคน ตั้งแต่คืนวันศุกร์ โดยประชาชนจำนวนมาก ซึ่งหลายคนสวมหน้ากากอนามัย รีบไปซื้อสินค้าจำเป็น เช่น ข้าว บะหมี่และกระดาษชำระมากักตุนไว้ใช้

ภาพที่ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์ที่ส่งต่อกันเป็นภาพชั้นวางสินค้าที่ว่างเปล่าที่ร้านค้าบางแห่ง รถเข็นซื้อของที่อัดแน่นไปด้วยสินค้าและการยืนเข้าคิวเป็นแถวยาวเพื่อรอชำระเงินค่าสินค้า ซึ่งภาพเหล่านี้เกิดขึ้นต่อเนื่องจนถึงวันนี้ ชาวสิงคโปร์บางคนกล่าวว่า ที่ต้องรีบมาซื้อของเพราะเกรงว่า หากมีการยกระดับเตือนภัยมากกว่านี้จะไม่สามารถออกมาซื้อของจำเป็นได้ สำหรับระดับเตือนภัยที่สูงกว่าสีส้มคือสีแดง ซึ่งเป็นระดับสูงที่สุดของการเตือนภัย 4 ระดับ ทางด้านนายชาน ชุน ซิง รัฐมนตรีการค้า ขอร้องให้ประชาชนอยู่ในความสงบ และระบุว่า ไม่มีความจำเป็นต้องรีบออกไปซื้อหาสิ่งของจำเป็น เนื่องจากไม่มีความเสี่ยงที่สินค้าจะขาดแคลน

Posted In Categoriesnews